|
เรารวบรวมคำถามยอดฮิตที่เกษตรกรไทย
มักจะพบปัญหาและถามมายัง บริษัทฯ
หรือตัวแทนจำหน่ายของเรา มารวบรวมไว้และคำถามเหล่านั้นได้รับการตอบโดย
ผู้ทรงคุณวุฒิ
และผู้เชี่ยวชาญของบริษัทฯ ซึ่งจะตอบข้อสงสัยท่านได้เป็นอย่างดี
ต้องการส่งคำถาม
คลิกที่นี่
คำถามที่ถูกถามบ่อย
ๆ
1. ต้นทุนการผลิตกุหลาบและผลผลิตต่อไร่?
2. โรคอีบุบในองุ่นมีวิธีแก้ยังไง ?
3. ความเป็นมาของปากคลองตลาด
?
4. พืชผักและผลไม้ปลอดภัยจากสารพิษทำได้อย่างไร
?
5. GMOs คืออะไร ? มีความเสี่ยงอย่างไร ?
6. ไคติน และ ไคโตซาน คืออะไร? และมีประโยชน์อย่างไร
?
7. วิธีแก้ผลเน่าในสละทำอย่างไร ?

พืชผักและผลไม้ปลอดภัยจากสารพิษทำได้อย่างไร
?
พืชผักและผลไม้ปลอดภัยจากสารพิษ มีกรรมวิธีการเพาะปลูกหลากหลายวิธี
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศ และชนิดของผักหรือผลไม้ที่จะปลูก
ที่นิยมกันขณะนี้มี 3 ชนิด คือ
1. การปลูกผักในโรงเรือนตาข่าย หรือผักกางมุ้ง
เป็นทางเลือกในการปลูกพืชผักที่มีศัตรูมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมลงที่โตเต็มวัย ลักษณะของโรงเรือนตาข่ายนั้นควรจะมีขนาดกว้าง
5 - 6 เมตร มีความสูง 2.0 - 2.5 เมตร และความยาว 30 เมตร หรือตามความเหมาะสมของพื้นที่
โครงสร้างของโรงเรือนควรใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น จะต้องเป็นท่อเหล็กขนาด
1.25 นิ้ว เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายได้ง่าย ส่วนตาข่ายไนล่อนจะเป็นสีขาว
หรือสีฟ้า (ขึ้นอยู่กับพืชผักที่จะนำมาปลูก) โดยทั่วไปแล้ว ควรมีช่องขนาด
16 ช่องตารางนิ้วคลุมโรงเรือนให้มิดชิดทุกด้านและทำทางเข้าออกไว้ด้านหน้า
สำหรับผักที่สามารถปลูกได้ในโรงเรือนตาข่ายสีขาว ได้แก่ คะน้า
ผักกาดต่างๆ, กะหล่ำปลี, กะหล่ำดอก, บร๊อคโคลี่, ถั่วฝักยาว
ส่วนตาข่ายสีฟ้า ควรปลูกผักที่ต้องการร่มเงามาก เช่น ตั้งโอ๋,
ปวยเล้ง
2. การปลูกผักในพื้นที่โล่ง
สามารถปลูกผักได้หลายชนิด แต่จะมีปัญหาเรื่องของโรคแมลง
ซึ่งจะต้องมีการป้องกันกำจัดที่เหมาะสม ซึ่งวงการผลิตผักในระบบที่ใช้มุ้งตาข่าย
และที่โล่งนี้จะมีทางเลือกที่ไม่ใช้สารเคมีกับศัตรูพืชบางชนิดได้
เช่น การใช้ไวรัสสะเดา และสารสกัดจากสะเดา แบคทีเรีย ได้แก่
ฟลอร์แบค เอฟ.ซี และไส้เดือนฝอย กับดัก กาวเหนียว
3. การปลูกผักในน้ำยา (Hydroponic)
ซึ่งฝักที่ปลูกเป็นผักที่ไม่มีศัตรูพืชรบกวน เช่น ผักสลัดชนิดต่างๆ
เป็นต้น

GMOs
คืออะไร ? มีความเสี่ยงอย่างไร ?
สิ่งมีชีวิตที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมด้วยเทคนิคพันธุวิศวกรรม
หรือการตัดแต่ง
ยีนนั้น เราเรียกกันว่า GMOs (Genetically
Modified Organisms)
เทคนิคพันธุวิศวกรรมนับได้ว่าเป็นเครื่องมือที่มี ศักยภาพ คือการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
พันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตเป้าหมายได้ในระยะเวลาอันสั้น อาจเพียงหนึ่งชั่วชีวิตของสิ่งมีชีวิต
เพื่อให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีคุณสมบัติดีตามความต้องการ ซึ่งต่างจากการปรับปรุงพันธุ์ที่ผ่านมา
อีกทั้งเป็นเครื่องมือที่สามารถกำหนดทิศทางของการเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ต้องการอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า
อย่างไรก็ตามจะต้องตระหนักว่า เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นย่อมเป็นเครื่องมือของมนุษย์ในการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และถูกวิธี
เทคโนโลยีสามารถเอื้ออำนวยให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์ในด้านต่าง
ๆ มากมาย เช่น เพิ่มผลผลิต เพิ่มประโยชน์ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการผลิตเพิ่มความหลากหลาย
สนับสนุนการบำรุงรักษาทรัพยากรชีวภาพและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
ในส่วนของการนำเทคนิคพันธุวิศวกรรมมาใช้
ยังมีประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงของนักวิทยาศาสตร์ กลุ่มผู้อนุรักษ์
และผู้บริโภคทั่วโลก ในขณะนี้ก็คือ ประเด็นความปลอดภัยทางชีวภาพ
ที่อาจส่งผลกระทบกับสุขภาพของมนุษย์ พืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อม
เพราะความเสี่ยงหรือ อันตรายที่อาจเกิดจาก การใช้ GMOs ซึ่ง
ณ. เวลานี้ได้กลายมาเป็นปัญหาทางการค้า ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกากับสหภาพยุโรป
เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ส่งออกสินค้า GMOs รายใหญ่ที่สุดของโลก
และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ส่วนในสหภาพยุโรป ผู้บริโภคส่วนใหญ่เกิดความกลัวและขาดความมั่นใจ
ในระบบทดสอบความปลอดภัย หรืออีกกระแสกล่าวว่าการต่อต้านอาจเกิดขึ้นเพราะการมีจุดด้อยของเทคโนโลยีในสหภาพยุโรปที่ไม่สามารถจะไล่ตามสหรัฐอเมริกาได้
สำหรับในประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกประกาศ
เพื่อให้มรการทดสอบผลิตภัณฑ์พืช GMOs ก่อนการนำไปใช้ เมื่อเดือนพฤษภาคม
2537 เรื่องกำหนดพืช ศัตรูพืช หรือพาหนะจากแหล่งที่กำหยดเป็นสิ่งต้องห้าม
ข้อยกเว้นและเงื่อนไขตาม พ.ร.บ. กักพืช พ.ศ. 2507 (ฉบับที่
2 พ.ศ3 2537) แต่มาตรการที่เป็นรูปธรรมในเชิงกฎหมายที่จะมีการควบคุมการนำเข้าและการส่งออกหรือไม่อย่างไรนั้น
กำลังอยู่ในขั้นพิจารณา ซึ่งจะต้องทำอย่างรอบคอบเพราะว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
และจะมีผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศของไทยเป็นอย่างสูง ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว
จากการที่มีผู้เรียกร้องจากคู่ค้าในต่างประเทศ ให้มีการรับรองสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกว่า
มีองค์ประกอบที่เป็น GMOs อยู่ด้วยหรือไม่
เพื่อให้บริการต่อผู้บริการเหล่านี้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) จึงได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการพิเศษ
DNA TECHNOLOGY SERVICE LABORATORY ที่สามารถตรวจสอบตัวอย่างพืชผล
หรืออาหารแปลรูปว่ามาจากการตัดแต่งยีนหรือไม่ นอกจากนี้ยังให้บริการตรวจสอบความตรงต่อสายพันธุ์ของพืชและสัตว์ต่าง
ๆ เช่น ปลาทูน่า ข้าวโพด ถั่วเหลือง กุ้ง โค สุกร สัตว์ปีก
เทคนิคพันธุกรรมเป็นเครื่องมือหนึ่งของมนุษย์ที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านการพัฒนาการเกษตร
การแพทย์ อุตสาหกรรม หรือแม้แต่การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม แต่การนำเทคนิคพันธุวิศวกรรมมาใช้ประโยชน์นั้น
จำเป็นต้องให้แน่ใจว่าได้มีการพิจารณาถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
โดยอาศัยฐานบนเหตุและผลตามขั้นตอนเชิงวิทยาศาสตร์ ซึ่งเรียกว่าการพิจารณา
ความปลอดภัยทางชีวภาพ (biosafety)แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีการนำมาใช้ก็ควรมีการติดตามดูแลอีกระยะหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดไปตากที่คิดไว้
ประมวลความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงของ
GMOs (Genetically Modified Organisms)
ยีน
1. แหล่งยีน
ถ้าเป็นยีนจากสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันจะมีความเสี่ยงน้อยหรือไม่มีความเสี่ยงเลย
ถ้าเป็นยีนจากสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่มีอันตรายจะมีความเสี่ยงน้อยหรือถ้าเป็นยีนจากจุลินทรีย์ที่ก้อโรคได้จะมีความเสี่ยงสูง
2. Selectable
marker
ยีนเหล่านี้จะเป็นยีนต้านทานยาปฏิชีวนะ
หรือ วัชพืชซึ่งอาจถ่ายทอดไปสู่สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ได้
3. ชนิดของ Promoter
และ Terminator ที่เลือกใช้
ปัญหา
1. เสถียรภาพของยีน
ความคงทนของยีนว่าจะสามารถอยู่ในสิ่งมีชีวิตได้นานกี่ชั่วอายุ
2. mutation
ของยีน
-ยีนที่มาจากจุลินทรีย์ที่ไม่ก่อโรคจะมีโอกาสกลายพันธุ์เป็นจุลินทรีย์ก่อโรคได้หรือไม่
-การเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรมอาจทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้
และในที่สุดอาจสูญพันธุ์
3. การถ่ายทอดยีน
มีการถ่ายทอดที่ได้รับการดัดแปลงสู่สิ่งมีชีวิตคามธรรมชาติได้หรือไม่
4. ผลผลิตจะมีพิษภัยต่อสุขภาพคนหรือสัตว์หรือไม่
-การถ่ายทอดสารพันธุกรรมจากจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคเข้าในพืชหรือสัตว์จะมีความเสี่ยงสุงต่อการดื้อยาปฏิชีวนะของจุลินทรีย์
-คุณค่าทางอาหารของอาหารบางชนิดลดลง
-การเกิดภูมิแพ้เนื่องจากสารก่อโรคภูมิแพ้ในอาหาร
5. ปัญหาราคาผลิตผล
ทรัพย์สินทางปัญญา
เนื่องจากการพัฒนา
GMOs นั้นยุ่งยากซับซ้อน ต้องใช้เวลาหลายปี ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล
เมื่อคิดค้นสิ่งมีชีวิตนั้นได้แล้วจะมีการจดสิทธิบัตร ดังนั้นราคาผลิตผล
GMOs จึงมีราคาแพงกว่าผลิตผลธรรมชาติมาก
มาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวกับ
GMOs
1. มาตรการควบคุมการนำเข้า
-ปัจจุบันประเทศไทยไม่อนุญาตให้มีการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ที่เป็น
GMOs ในเชิงพาณิชย์ นอกจากจะนำเข้ามาเป็นพันธุ์ทดลองเพื่อทดสอบความปลอดภัยทางชีวภาพ
และควบคุมโดยใช้ พ.ร.บ. กักพืช พ.ศ. 2507 (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2537)
ที่ได้ปรับใช้ให้ครอบคลุมสินค้า GMOs แต่ไม่มีกฎหมายใด ๆ ที่ใช้
ควบคุมการนำเข้าจุลินทรีย์ GMOs
-ควรมีการออกข้อบังคับให้ประเทศใดๆ
ที่ส่งสินค้าด้านอาหารมาจำหน่ายในประเทศจะต้องปิดฉลากระบุให้ชัดเจน
ว่าเป็นสินค้า GMOs หรือไม่
2. ขั้นตอนการจำหน่ายในเชิงการค้า
ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช
GMOs แต่อาหาร GMOs มีการใช้ พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะทำการประเมินความปลอดภัยของสินค้าและประกาศขึ้นทะเบียน
อย่างไรก็ตามควรมีการตรวจสอบสินค้าว่าเป็นสินค้า GMOs หรือไม่และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคก่อนอนุญาตให้วางจำหน่าย
3. ขั้นตอนการเยียวยาและบรรเทาความเสียหาย
-ความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม
ทำได้โดยใช้ พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.
2535 แต่ไม่สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้มากนัก
-ในกรณีที่อาหาร
GMOs เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อผู้ประกอบการได้
แต่การพิสูจน์ให้เห็นว่าอาหารนั้นมีโทษอย่างไรนั้นเป็นเรื่องยากเพราะไม่มีข้อมูลทางวิชาการที่ชัดเจน
การควบคุม GMOs
1.การกำหนดมาตรการการควบคุมความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ
และการทดสอบภาคสนาม
2.กำหนดให้มีการขออนุญาตนำเข้าสินค้า
GMOs ต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยอย่างครบถ้วน
3.การติดฉลากสินค้าว่าเป็นอาหารดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อให้สิทธิในการเลือกแก่ประชาชน
โรคอีบุบในองุ่นมีวิธีแก้ยังไง
?
โรคอีบุบหรือ โรคแอนแทรคโนสที่กำลังระบาดหนักอยู่ในองุ่นขณะนี้ทางแถบราชบุรี
สามารถแก้ไขได้โดยใช้สาร โปรคลอราท
ต้นทุนการผลิตกุหลาบและผลผลิตต่อไร่?
1.
ต้นทุนการผลิตกุหลาย
และผลผลิตต่อไร่
ื
ต้นทุนการผลิต/ไร่
(เริ่มต้น)
- ค่าพันธุ์ 100 ต้น/ไร่
20,000 บาท (ต้นละ 200 บาท)
- ค่าปุ๋ยเคมี
2,000 บาท / ไร่
- ค่าปุ๋ยดอก
700 บาท / ไร่
- ค่าสารเคมี
1,000 บาท / ไร่
- ค่าแรงงาน
500 บาท / ไร่
รวมต้นทุนการผลิต
24,000 บาท / ไร่
ค่าใช้จ่ายภายในสวนต่อไร่รายเดือน
- ค่าสารเคมี
3,000 บาท / ไร่ / เดือน
- ค่าแรงงาน
1,500 บาท / ไร่ / เดือน
- ค่าปุ๋ย
750 บาท / ไร่ / เดือน
- ค่าจิปาถะ
750 บาท / ไร่ / เดือน
รวม
6,000 บาท / ไร่ / เดือน
ปกติกุหลาบจะสามารถตัดดอกได้
17,500-20,000 ดอก / เดือน
ราคาเฉลี่ยเกรดใหญ่ 1.10
บาท/ดอก เกรด
รอง
0.6 บาท/ดอก (ธันวาคม)
สวนใหญ่ชาวสวนนิยมตัดแต่งกิ่งในช่วงเดือนธันวาคม(นับถอยหลัง
45 วันจาก
วาเลนไทน์)
เพื่อให้กุหลาบออกตรงกับเทศกาลจึงจะได้ราคา
ความเป็นมาของปากคลองตลาด?
ความเป็นมาของปากคลองตลาดเริ่มมาตั้งแต่ปี
2502-2503 ที่ตลาดท่าเตียน (ปัจจุบันขายปลาแห้ง)
แล้วก็มี
ตลาดขององค์การตลาดที่รู้จักเรียกกันว่า
"ตลาดเก่า"
ตลาดส่งเสริมการเกษตรไทย
ตลาดปากคลองตลาดยอด
พิมาน
(มีเนื้อที่ไม่มากนักประมาณ
10 ไร่)
เป็นที่ส่งดอกไม้ใบไม้
โดยมีรถบรรทุกนำดอกไม้มาลงหลายอย่างเช่น
ดอกไม้ที่มีพันธุ์มาจากต่างประเทศ
และในประเทศ เช่น
กุหลาบ ลิลลี่
แกลดิโอลัส สแตติส
แอสเตอร์ มัม ฯลฯ
มาจากแหล่งปลูกภาคเหนือ
กล้วยไม้ใบไม้ ดอกรัก
ดาวเรือง ดอกบัว
ส่วนใหญ่มาจากนครปฐม
บางแค หนองแขม
พุทธมณฑล
เป็นต้น
|