| ภัยแล้งเป็นปัญหาหนักในการทำเกษตรอย่างหนึ่ง
โดยเฉพาะพืชสวน เพราะจะรู้ดีว่าความชื้นเป็นปัจจัยที่สำคัญในการทำเกษตร
เพราะความชื้นเป็นสิ่งที่ควบคุมการตอบสนองของต้นไม้ได้อย่างเช่น
หากให้ความชื้นมาก ๆ ต้นไม้ก็จะผลิใบอ่อนออกมามาก การเจริญเติบโตทางด้านลำต้นดีขึ้น
แต่หากลดความชื้นลงมากพอ ต้นไม้ก็จะออกดอกมากและจำเป็นที่จะต้องการความชื้นมากในระยะพัฒนาผลของต้นไม้
สิ่งที่จะทำให้ความชื้นมากหรือน้อย ก็ขึ้นกับปริมาณน้ำที่ให้ น้ำนี้รวมถึงน้ำที่ได้จากน้ำฝนที่ตกตามฤดูกาล
และน้ำที่ได้จากการวางระบบชลประทาน การทำเกษตรแผนใหม่โดยเฉพาะพืชสวนควรที่จะต้องมีระบบน้ำที่ให้ความชื้นกับต้นไม้
ซึ่งเป็นปัจจัย การผลิตเกษตรอย่างหนึ่ง ในการที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายไปกับระบบน้ำและค่าไฟฟ้าที่จะผลักดันน้ำจำนวนมากเข้าสู่ระบบ
หากในสภาวะปกติที่มีน้ำจากฝน ก็จะเสียค่าไฟฟ้าหรือเชื้อเพลิงไม่เท่าไรนัก
แต่จากสถานะการภัยแล้งในปีนี้ที่ยาวนานทำให้ต้องเสียค่าไฟฟ้าหรือ
เชื้อเพลิงจำนวนมากกว่า ทุก ๆ ปี แถมซ้ำร้ายปริมาณน้ำในแหล่งน้ำจากสวนไม่เพียงพอที่จะผลักดันเข้าสู่ระบบของน้ำ
ถึงขนาดต้องซื้อน้ำลดสวน วิธีการที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะเป็นต้นแบบกลยุทธ์ในการสู้ภัยแล้งของ
สวนส้มศรีเจริญ จ.กระบี่ ที่ในปีนี้มีกลยุทธ์ในการรับมือกับภัยแล้งอย่างมีประสิทธิภาพพอ
จากการสอบถามและสัมภาษณ์ คุณปฐม สินธุนนท์ ที่เป็นผู้ควบคุม
และดำเนินการทำสวนส้มโชกุนศรีเจริญ ในปัจจุบันมีส้มโชกุนที่ให้ผลผลิตแล้วถึง
20,000 ต้น ซึ่งให้ผลผลิตในฤดูกาลที่ผ่านมามากกว่า 3,000 ตัน
และมีแปลงต้นเล็กอายุปีกว่าอีกประมาณหมื่นกว่าต้น ซึ่งถือว่าเป็นแปลงส้มโชกุนขนาดใหญ่ในจังหวัดกระบี่
เพราะฉะนั้น การจัดการเรื่องน้ำจึงเป็นภาระหนักที่ต้องใช้ทุนในการวางระบบน้ำ
และยิ่งไปกว่านั้นเป็นค่าเชื้อเพลิงในการผลักดันน้ำเข้าระบบเพื่อที่จะให้ความชื้นกับส้ม
และคงสภาพความชื้นเอาไว้ให้นานที่สุด เพราะส้มโชกุนชอบความชื้นสูง
โดยเฉพาะในสภาวะอากาศที่แห้งแล้ง และแดดจัด ยิ่งเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องการให้ส้มผลิใบอ่อน
และดอกในช่วงเวลานี้ เพื่อให้ส้มโชกุนออกจำหน่ายในเวลาที่ตลาดต้องการมากคือ
ช่วงตรุษจีน จากกลยุทธ์ใหม่ที่ทาง สวนศรีเจริญ นำมาใช้กับสวนส้มโชกุนในปีนี้อีกคือ
ใช้ปุ๋ยหมักเปลือกไม้ ฮาโตริ เดิมใช้เพียงเพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุ
กับดินเท่านั้น ทดแทนการใช้มูลสัตว์ เนื่องจากมีปัญหาการหมัก
และเกิดความร้อนที่บริเวณรากส้มทำให้รากตาย โดยครั้งแรกใช้ ฮาโตริ
เพียงต้นละ 10 กก. แต่เมื่อใช้แล้วพบว่าปุ๋ยหมัก ฮาโตริ สามารถรักษาความชื้นบริเวณโคนส้มโชกุนได้ดีมากจนเกิดการแตกยอดและดอกออกมา
จึงได้ทำการใส่เพิ่มอีกต้นละ 25 กก. นอกจากนี้ยังได้พบว่าปริมาณน้ำที่เคยให้กับส้มลดลงไปถึงครึ่งหนึ่งที่เคยให้ก็ยังคงมีความชื้นบริเวณโคนส้มโชกุนเพียงพอที่จะทนต่อสภาพอากาศแห้งแล้ง
และแดดแรงตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะยาวนานไปสักเท่าไร
เพราะตั้งแต่ พ.ย. ธ.ค. 2544 ความชื้นจากน้ำฝนยังไม่เพียงพอกับส้มเลย
จึงเป็นเรื่องสำคัญในการพยายามบริหารการใช้น้ำในแหล่งน้ำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
และยาวนานที่สุด จากการที่สวนส้มศรีเจริญ สังเกตการรักษาความชื้นของปุ๋ยหมัก
ฮาโตริ ที่โคนส้มโชกุนเอาไว้ได้นานนี้เอง จึงเป็น กลยุทธ์ในการสู้ภัยแล้ง
ของสวนส้มศรีเจริญโดยแท้ ที่เลือกใช้ปุ๋ยหมัก ฮาโตริ แทนที่จะใช้มูลสัตว์ที่จะมีปัญหาการหมัก
รากตาย เมล็ดวัชพืช และความเป็นกรดของดินที่เพิ่มขึ้น ปุ๋ยหมัก
ฮาโตริ ก็จะได้พิสูจน์ ตัวเองถึงประสิทธิภาพในการเพิ่มความพร้อมให้กับส้มโชกุนของสวนศรีเจริญ
ให้มีความพร้อมในการผลิตส้มโชกุนคุณภาพที่มีวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
ซึ่งนำชื่อเสียงมาสู่จังหวัดกระบี่ และอนาคตของประเทศที่จะเป็นผลไม้ไทยมีวางจำหน่ายในต่างประเทศ
โดยการผลิตอย่างมีมาตรฐานของ บริษัท ศรีเจริญพืชสวน จำกัด
|