|
เราต้องเริ่มทำทีละข้อไปให้ได้เท่าที่ ต้องการน้อยที่สุดของผู้ซื้อกับผู้กินส้ม ประการแรกส้มต้องไม่ฟ่ามหัวต้องไม่ ขาว
เราต้องเข้าใจก่อนว่าการที่ส้มฟ่าม หัวขาวเกิดจากอะไร
จึงจะดำเนินการ ปรับแก้ให้การเกิดอาการดังกล่าวน้อยที่ สุด
การเกิดส้มฟ่ามจะเกิดในส่วนของ ด้านบนผลลงไปจนทั่วผลทำไมจึงเป็น เช่นนั้น
ทำไมไม่ฟ่ามจากด้านล่างของ ผลบ้าง
การที่ผลฟ่ามหากเกิดน้อยสุด จะแสดงอาการเพียงเนื้อที่งอกขึ้นมาใหม่ แล้วเป็นเนื้อตายรสชาติจืดเนื้อหยาบกว่า ส่วนอื่นหรือที่เรียกว่าหัวขาว
ปรายข้าว สารที่เนื้อส้มส่วนผลที่เกิดอาการรุนแรง จะมีอาการเนื้อแห้งผลเบาไปเลย
ผลส้ม โดยปกติมีการสะสมกรดและน้ำตาลใน ผลจำนวนมากขึ้นจากการพัฒนาผลตาม ปกติ
ผลที่มีอายุได้ 8
เดือนหากผลมีการ สะสมกรดและเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้มาก การสุกแก่จนเก็บเกี่ยวได้ก็จะทำได้ตั้ง แต่ผลมีอายุได้เดือนที่
9 เป็นต้นไปการ พัฒนาของผลที่เจริญสูงสุดแล้วอาการ ส้มฟ่ามก็จะไม่เกิด
แต่หากผลส้มถูกกระ ตุ้นให้มีการเกิดเนื้อเยื่อใหม่อาการหัว ขาวจึงติดตามมาหากหยุดการสร้างเนื้อ ยื่อใหม่ไว้ได้
จะเกิดเพียงหัวขาวเแต่หาก ไม่สามารถหยุดยั้งได้การฟ่ามทั้งผลก็จะ ตามมาจึงมีหลายสวนเร่งที่จะเก็บเกี่ยวเร็ว เพราะกลัวแก้ปัญหาดังกล่าวไม่ได้
ส้มที่ได้
|
จะมีรสเปรี้ยวมากกว่าหวาน
ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการสร้าง เนื้อเยื่อใหม่ในผลส่วนมากมาจากไนโตรเจนในรูปของแอมโม เนียมซึ่งเป็นไนโตรเจนรูปที่เนื้อเยื่อส้มไม่สามารถเก็บกักได้ เพราะเกิดพิษ
เพราะไนโตรเจนในรูปดังกล่าวจะมีการเปลี่ยน ที่รากมากกว่าใบเมื่อเปลี่ยนที่รากแล้วจะทำให้เกิดการสร้าง เนื้อใหม่เพิ่มขึ้นมากมากเนื้่อใหม่ที่เกิดขึ้นมามากในตอนนี้ จะมีอายุในการสะสมธาตุอาหารและน้ำตาลได้ไม่เท่ากับ เนื้อเยื่อที่บริเวณด้านก้นผล
เพราะไนโตรเจนจะมาตามท่อน้ำที่ เข้าทางขั้วผลจึงมีการสะสมไนโตรเจนบริเวณดังกล่าวในรูปแอม โมเนียมการที่เนื้อเยื่อมีแอมโมเนียมสะสมมากเกิดไปจะทำให้เป็น พิษ
มีสภาพกรดสูงจนทนไม่ได้กลไกการลดความเป็นพิษของผล ส้มก็จะใช้แคลเซียม
แมกนีเซียมและน้ำตาลในการรวมกับแอมโม เนียมอย่างหยุดยั้งไม่ได้ความสมดุลย์ก็จะไม่เกิดขึ้นการสูญเสีย น้ำตาลและธาตุอาหารต่าง
ๆ
มากจนเกิดอาการผลฟ่ามจนทั้งผล ได้
แล้วน้ำตาลที่ใบสร้างขึ้นทุก
ๆ วันมาทดแทน
การใช้น้ำตาล ของผลไม่ได้หรือความสัมพันธ์นี้จะไม่ทันกันเพราะโดยปกติหาก มีแอมโมเนียมที่ผลแล้วทุกส่วนของพืชก็จะมีแอมโมเนียมด้วย เช่นกันการรวมตัวเพื่อลดพิเษของแอมโมเนียมก็ต้องมีเช่นกันและ ซ้ำร้ายอาการจะรุนแรงมากขึ้นไปอีกหากมีใบอ่อนออกมาแย่งน้ำ ตาลและธาตุอาหารในเวลาเดียวกันจึงมักจะสังเกตได้เสมอเมื่อมี การแตกใบอ่อนส้มจะมีฟ่ามมาก
การแก้ปัญหาที่ได้ผลจะเป็นการจัดการกับไนโตรเจนในรูปของ แอมโมเนียมหรือทำสมดุลย์ของไนโตรเจนที่มีมากที่สุดอาการส้ม ฟ่ามหัวขาวก็จะไม่เกิดขึ้น
สำหรับปุ๋ยที่แนะนำให้ใช้เวลาที่ส้มมี อายุผลได้
8 เดือนจะเป็นโธมัส
คาลี
เพื่อจัดสมดุลย์ของไนโตร เจนและมาใช้ไนโตรเจนเป็น
ชีเลียนไนเตรท แทนเพื่อหลีกเลี่ยง ปัญหาผลข้างเคียงของแอมโมเนียมได้เพราะเนื้อเยื่อส้มสา่มารถ เก็บไนเตรทไว้ได้โดยไม่เกิดพิษ
สำหรับกรณีอื่น ๆ
ต้องติดตาม ตอนต่อไป
|