ทำอย่างไรให้ได้ส้มคุณภาพ

เราทราบแล้วว่าผู้ซื้อกับผู้กินส้มต้องการอะไรน้อยที่สุดในการเลือกซื้อส้มได้แก่

1. ส้มต้องไม่ฟ่าม หัวต้องไม่ขาว

2. ผลต้อง ไม่นิ่ม เปลือกต้องไม่เห่อ ไม่มีกลิ่นบูด กลีบไม่แฉะ ไม่มีน้ำค้างกลางไส้ผล

3. เนื้อภายในต้องสีส้มจัด มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมของส้ม เนื้อกรอบไม่มีกาก ไม่มีรสขม

 

     เราต้องเริ่มทำทีละข้อไปให้ได้เท่าที่

ต้องการน้อยที่สุดของผู้ซื้อกับผู้กินส้ม

ประการแรกส้มต้องไม่ฟ่ามหัวต้องไม่

ขาว  เราต้องเข้าใจก่อนว่าการที่ส้มฟ่าม

หัวขาวเกิดจากอะไร จึงจะดำเนินการ

ปรับแก้ให้การเกิดอาการดังกล่าวน้อยที่

สุด การเกิดส้มฟ่ามจะเกิดในส่วนของ

ด้านบนผลลงไปจนทั่วผลทำไมจึงเป็น

เช่นนั้น ทำไมไม่ฟ่ามจากด้านล่างของ

ผลบ้าง การที่ผลฟ่ามหากเกิดน้อยสุด

จะแสดงอาการเพียงเนื้อที่งอกขึ้นมาใหม่

แล้วเป็นเนื้อตายรสชาติจืดเนื้อหยาบกว่า

ส่วนอื่นหรือที่เรียกว่าหัวขาว ปรายข้าว

สารที่เนื้อส้มส่วนผลที่เกิดอาการรุนแรง

จะมีอาการเนื้อแห้งผลเบาไปเลย ผลส้ม

โดยปกติมีการสะสมกรดและน้ำตาลใน

ผลจำนวนมากขึ้นจากการพัฒนาผลตาม

ปกติ ผลที่มีอายุได้ 8 เดือนหากผลมีการ

สะสมกรดและเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้มาก

การสุกแก่จนเก็บเกี่ยวได้ก็จะทำได้ตั้ง

แต่ผลมีอายุได้เดือนที่ 9 เป็นต้นไปการ

พัฒนาของผลที่เจริญสูงสุดแล้วอาการ

ส้มฟ่ามก็จะไม่เกิด แต่หากผลส้มถูกกระ

ตุ้นให้มีการเกิดเนื้อเยื่อใหม่อาการหัว

ขาวจึงติดตามมาหากหยุดการสร้างเนื้อ

ยื่อใหม่ไว้ได้ จะเกิดเพียงหัวขาวเแต่หาก

ไม่สามารถหยุดยั้งได้การฟ่ามทั้งผลก็จะ

ตามมาจึงมีหลายสวนเร่งที่จะเก็บเกี่ยวเร็ว

เพราะกลัวแก้ปัญหาดังกล่าวไม่ได้ ส้มที่ได้

จะมีรสเปรี้ยวมากกว่าหวาน ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการสร้าง

เนื้อเยื่อใหม่ในผลส่วนมากมาจากไนโตรเจนในรูปของแอมโม

เนียมซึ่งเป็นไนโตรเจนรูปที่เนื้อเยื่อส้มไม่สามารถเก็บกักได้

เพราะเกิดพิษ เพราะไนโตรเจนในรูปดังกล่าวจะมีการเปลี่ยน

ที่รากมากกว่าใบเมื่อเปลี่ยนที่รากแล้วจะทำให้เกิดการสร้าง

เนื้อใหม่เพิ่มขึ้นมากมากเนื้่อใหม่ที่เกิดขึ้นมามากในตอนนี้

จะมีอายุในการสะสมธาตุอาหารและน้ำตาลได้ไม่เท่ากับ

เนื้อเยื่อที่บริเวณด้านก้นผล เพราะไนโตรเจนจะมาตามท่อน้ำที่

เข้าทางขั้วผลจึงมีการสะสมไนโตรเจนบริเวณดังกล่าวในรูปแอม

โมเนียมการที่เนื้อเยื่อมีแอมโมเนียมสะสมมากเกิดไปจะทำให้เป็น

พิษ มีสภาพกรดสูงจนทนไม่ได้กลไกการลดความเป็นพิษของผล

ส้มก็จะใช้แคลเซียม แมกนีเซียมและน้ำตาลในการรวมกับแอมโม

เนียมอย่างหยุดยั้งไม่ได้ความสมดุลย์ก็จะไม่เกิดขึ้นการสูญเสีย

น้ำตาลและธาตุอาหารต่าง ๆ มากจนเกิดอาการผลฟ่ามจนทั้งผล

ได้ แล้วน้ำตาลที่ใบสร้างขึ้นทุก ๆ วันมาทดแทน การใช้น้ำตาล

ของผลไม่ได้หรือความสัมพันธ์นี้จะไม่ทันกันเพราะโดยปกติหาก

มีแอมโมเนียมที่ผลแล้วทุกส่วนของพืชก็จะมีแอมโมเนียมด้วย

เช่นกันการรวมตัวเพื่อลดพิเษของแอมโมเนียมก็ต้องมีเช่นกันและ

ซ้ำร้ายอาการจะรุนแรงมากขึ้นไปอีกหากมีใบอ่อนออกมาแย่งน้ำ

ตาลและธาตุอาหารในเวลาเดียวกันจึงมักจะสังเกตได้เสมอเมื่อมี

การแตกใบอ่อนส้มจะมีฟ่ามมาก

    การแก้ปัญหาที่ได้ผลจะเป็นการจัดการกับไนโตรเจนในรูปของ

แอมโมเนียมหรือทำสมดุลย์ของไนโตรเจนที่มีมากที่สุดอาการส้ม

ฟ่ามหัวขาวก็จะไม่เกิดขึ้น สำหรับปุ๋ยที่แนะนำให้ใช้เวลาที่ส้มมี

อายุผลได้ 8 เดือนจะเป็นโธมัส คาลี เพื่อจัดสมดุลย์ของไนโตร

เจนและมาใช้ไนโตรเจนเป็น ชีเลียนไนเตรท แทนเพื่อหลีกเลี่ยง

ปัญหาผลข้างเคียงของแอมโมเนียมได้เพราะเนื้อเยื่อส้มสา่มารถ

เก็บไนเตรทไว้ได้โดยไม่เกิดพิษ สำหรับกรณีอื่น ๆ ต้องติดตาม

ตอนต่อไป

ติดตามตอนต่อไปได้ในฉบับหน้า สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อแผนกการตลาด 

โทร ( 02 ) 635-6930 อัตโนมัติ 16 สาย หรือ E-mail address: webmaster@thepwatana.com

 

 

 

Copyrights (C) 2000-2002 by Thep Watana co.,ltd. All Right Reserved