อากาศไม่แน่นอนทำให้คุณภาพผลไม้ไม่แน่นอนได้อย่างไร

   สภาพอากาศปีนี้ไม่แน่นอนจนไม่สามารถคาดเดาได้ ทำให้เกษตรกรมีปัญหาที่ไม่คาดคิดมากมายโรคที่ไม่

น่าจะรุนแรงกับทำความเสียหายมาก แมลงที่ไม่เคยระ

บาดกับปรากฎทำความเสียหาย  ซ้ำร้ายความสมดุลย์

ของธาตุอาหารที่มีผลต่อคุณภาพของผลไม้ก็มีอันต้อง

เสียไปเพราะฝนที่ตกยืดเยื้อผิดฤดูกาล  แสงแดดที่น่า

จะเพียงพอก็ต้องถูกบดบังไปเพราะเมฆหมอกจึงน่าที่

จะนำมาวิเคราะห์หาเหตุผลหรือแนวทางที่ใช้บรรเทา

ปัญหามากกว่าจะมาโทษสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถเอาชนะ

ได้แต่ต้องอยู่ได้ซึ่งเกษตรกรต้องปรับตัวเข้ากับธรรม-

ชาติ

     พืชเองน่าจะมีการปรับตัวเข้ากับธรรมชาติในสภาวะ

ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเพราะพืชเองไม่สามารถ

เคลื่อนที่ไปหาที่ที่ตนเองต้องการได้  จึงจำเป็นต้องอยู่

เช่นนั้นและแสดงผลอย่างซื่อสัตย์เสมอต่อปัจจัยต่าง ๆ

ที่เข้ามาสู่ตนเอง เพราะฉะนั้นการที่มนุษย์แสวงหา

ประโยชน์โดยเก็บเกี่ยวผลสุกลูกไม้จากพืชและมีการ

ให้ปัจจัยการผลิตเพื่อให้เกิดผลผลิตเอนเอียงไปสู่การ

ได้ประโยชน์ของมนุษย์มากที่สุดแต่เมื่อสภาวะอากาศ

ม่ว่าฝนจะตกแดดจะออกเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถจัด

หาให้กับพืชกลางแจ้งได้ ซึ่งจะมีธาตุอาหารที่เปลี่ยน

แปลงไปโดยเฉพาะไนโตรเจนที่มากับน้ำฝนหรือ ปริ-

มาณน้ำที่ทำให้การละลายตัวของธาตุต่างออกมาอย่าง

ไม่เหมาะสมกับเวลาและโอกาสจึงมีผลต่อการปรับตัว

ของพืชเองจนเกิดผลผลิตที่ไม่พึงประสงค์กับที่เรา

ต้องการจึงน่าที่ลองวิเคราะห์ในกรณีนี้ดู  อย่างเช่นส้ม

สายน้ำผึ้ง   ในปีนี้มีผลผลิตถูกกระทบกระเทือนจาก

สภาพอากาศที่ไม่แน่นอนทำให้ปริมาณผล ขนาดผล

คุณภาพผลไม่เป็นไปตามที่ประมาณการไว้ได้อย่างไร

     อากาศหนาวปีนี้เข้า ๆ ออก ๆ แถมมีฝนตกด้วยทำ

ให้ส้มมีสภาวะที่ต้องปรับตัวบ่อยมากจนทำให้มีอาการ

เปลือกบวม เนื้อฟ่าม  กลีบแฉะ  น้ำค้างไส้ ปรากฎชัด

มากและเร็วกว่าทุก ๆ ปี ซึ่งแต่เดิมมักจะเกิดก็ต่อเมื่อ

หมดอากาศหนาวและเริ่มมีอากาศอุ่นขึ้นแล้วเท่านั้น

เรามาวิเคราะห์สภาพอากาศปกติกันก่อนว่าถ้าอากาศ

หนาวเร็วคือ ตั้งแต่เดือนตุลาคมและนานไปจนถึง

เดือนมกราคา อย่างในตุลาคม 44 จนถึง มกราคม45

เป็นสภาพอากาศที่เหมาะสมในการทำให้ส้มสุกได้

อย่างมีคุณภาพ  เพราะธาตุต่าง ๆ ทำงานได้ทันกับ

ไนโตรเจนที่เข้าสู่ต้นพืช  การสะสมกรดและเปลี่ยน

กรดเป็นน้ำตาลได้มากโดยไม่ถูกดึงไปใช้ในการลด

ความเป็นพิษจากไนโตรเจน พืชจึงมีการขยายขนาด

ลดความเป็นพิษจากไนโตรเจน  พืชจึงมีการขยาย

ขนาดลดลงแต่มีความเข้มข้นของน้ำตาลในผลมาก

ขึ้นจึงทำให้คุณภาพของส้มในตอนนี้ดีสุด ๆ เพราะ

ธรรมชาติและสภาพอากาศเป็นใจอย่างยิ่ง   แต่ถ้า 

เป็นในทางกลับกันเมื่อสภาวะอากาศเป็นอย่างในปีนี้

ไนโตรเจนแสดงผลอยู่ตลอดเวลา   ผลส้มต้องเสีย

คาร์โบไฮเดรตจำนวนมากในการจับกับไนโตรเจน

ส่วนเกินจึงทำให้ผลส้มมีรสชาติไม่เข้มข้น และเมื่อ

ไนโตรเจนรวมกับคาร์โบไฮเดรตจะเปลี่ยนเป็นสาร

ที่กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่บริเวณขั้วผลแสดง

อาการหัวขาว  แต่หากมีคาร์โบไฮเดรตไม่พอและยัง

ขาดธาตุอื่น ๆ อีกเช่น โบรอน แคลเซียม โพแทส-

เซียม แมกนีเซียม  อาการก็จะรุนแรงไปจนถึงผลเสีย

ทั้งผลหรือเกิดอาการหลุดร่วงและเสียหายมาก ใน

ขณะที่เปลือกถูกกระตุ้นให้มี  การขยายขนาด เปลือก

จะหนาและฟูจึงเกิดอาการเปลือกเห่อและแยกจาก

เนื้อเพราะเปลือกส้มสูญเสียแคลเซียม โบรอน และ

แมกนีเซียมไปรวมตัวกับไนโตรเจน จนทำให้การ

สะสมของธาตุดังกล่าวต่ำเนื้อเยื่อของเปลือกเกาะกัน

ไม่เหนียวแน่นพอความมันหรือไขของเปลือกส้ม

น้อยลงจนทำให้น้ำสามารถผ่านเข้าไปในเปลือกได้ 

ซึ่งเชื้อโรคพืชต่างๆ  สามารถผ่านเข้าไปทำความ

เสียหายได้ การเสียหายจากโรคก็จะมากด้วยเช่นกัน

 

 

 

ปัญหาต่าง ๆ ดูเหมือนว่าจะมากจากปริมาณน้ำหรือ

ฝนที่มากเกินไป  หรือปุ๋ยไนโตรเจนที่ละลายตัวออก

มามากเมื่อมีน้ำมากจนทำให้เกิดแอมโมเนียมตกค้าง

ในเนื้อเยื่อจึงจำเป็นที่ต้องเตรียมการให้ ปุ๋ยฟอสเฟต

โพแทสเซียม แมกนีเซียมมากเพียงพอ (ปุ๋ยโธมัส

คาลี,ไมโครเมทไม้ผล) ตั้งแต่เดือนตุลาคมของ

ทุกปี และฉีดพ่นทางใบเพิ่มเติมด้วยโมสาท บี-พลัส

โมสาท แม็ก   โมสาท ดีซ   เพื่อชดเชยธาตุที่ใช้จับ

ไนโตรเจน โดยมีธาตุอย่างเพียงพอ

แต่หากกลัวว่าการให้ปุ๋ยฟอสเฟตและโพแทสเซียมที่

เร็วเกินไปจะมีผลต่อการขยายขนาดของผลก็ให้เลือก

ใช้ปุ๋ยไนเตรทในการเพิ่มไนโตรเจนจะดีกว่าแอมโม-

เนียมเพราะพืชสามารถสะสมไนเตรทโดยที่ไม่เป็น

พิษเหมือนแอมโมเนียมซึ่งไนเตรทสามารถเก็บไว้ใน

เนื้อเยื่อและทยอยปลดปล่อยออกมาได้เมื่อธาตุอย่าง

อื่นเพียงพอ เช่น ชิเลียนไนเตรท(15-0-14)ซึ่ง

นอกจากได้ไนเตรทแล้วยังได้โพแทสเซียมคุณภาพดี

ที่ปราศจาก คลอไรด์  ปุ๋ยไนเตรทตกค้างอยู่ในดินได้

ไม่นานเพราะจะถูกชะล้างได้เร็ว การจัดการไว้ผลใน

ตำแหน่งที่เหมาะสมก็จะช่วยเรื่องการจัดการธาตุ

อาหารได้เหมือนกันเพราะผลที่อยู่บนกิ่งกระโดงหรือ

กิ่งที่ตั้งฉากกับพืชมักจะมีการสะสมไนโตรเจนในผล

มากกว่าเป็นเพราะกิ่งกระโดงมักจะโค้งงอเมื่อผลมี

น้ำหนัก ท่อลำเลียงจึงไม่สามารถนำธาตุอาหารเดิน

ทางได้สะดวกความสมดุลที่ผลปลายกิ่งยิ่งเกิดขึ้นได้

ยากเพราะธาตุที่เคลื่อนที่ได้ดีและเร็วมีเพียงไนโตร

เจนแต่ธาตุอื่น ๆ กับตามไม่ทันผลคุณภาพไม่ดีจึง

มีมากหากติดผลบนกิ่งกระโดงเยอะ  ถ้ากิ่งแน่นทึบ

ถูกแสงแดดไม่ทั่วถึงผลส้มก็จะคุณภาพไม่ดี เช่นกัน

ซ้ำร้าย หากมีตะไคร่น้ำขึ้นตามกิ่งในทรงพุ่มความ

ชื้นในทรงพุ่มจะสูงเพียงพอที่แมลงจะดำรงชีวิตได้

อย่างมีความสุข  การระบาดของไรสนิม  เพลี้ยหอย

เพลี้ยแป้งก็จะติดตามมาผลเปลือกลายเปลือกดำจะมี

มากฉีดพ่นสารฆ่าไรฆ่าแมลงเท่าใดก็ไม่สามารถจัด

การได้อย่างราบคาบการกำจัดตะไคร่ดูจะเป็นการจัด

การกับปัญหาที่ตรงประเด็นกว่า

ปัญหาที่เกิดขึ้นหากดูที่ธรรมชาติเป็นผู้สร้างปัญหาแต่

เราควบคุมเปลี่ยนแปลงธรรมชาติไม่ได้ก็ต้องรับมือ

หรือป้องกันไว้ก่อน  ปัญหาต่าง ๆ ก็จะเปลี่ยนจากวิ

กฤตเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่แก้ปัญหานั้นได้ จึงสมควร

ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า  ดีกว่าไปฟ้องร้องเรียกค่า

เสียหายเอากับธรรมชาติ

ติดตามตอนต่อไปได้ในฉบับหน้า สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อแผนกการตลาด โทร ( 02 ) 635-6930 อัตโนมัติ 16 สาย หรือ

E-mail address: webmaster@thepwatana.com

 

 

 

 
Copyrights (C) 2000-2002 by Thep Watana chemical co.,ltd. All Right Reserved