|
ในเดือนกุมภาพันธ์
46 ส้มสายน้ำผึ้ง
ฝางได้มีการแทงยอดออกดอกจำนวนมากซึ่ง
พร้อม
ๆ กันหมดในทุก ๆ
สวนซึ่งจะได้ผล-
ผลิตที่เก็บเกี่ยวพร้อมกันอีกในตอนปลายปี
46
จนถึงต้นปี
47
ซึ่งมีหลายสวนที่มีแผน
ที่จะทำการเฉลี่ยผลผลิต
เพื่อให้ได้ส่วน
ต่างของราคามากขึ้นและทำการเก็บผลผลิต
ขณะที่ตลาดต้องการ
เราจึงน่าที่จะทำการ
วางแผนการปฏิบัติเพื่อให้ได้ตามจุดมุ่งหมาย
ที่ต้องการ

จุดมุ่งหมายแรกหากต้องการเก็บผลผลิต
ก่อน
ต้องเร่งดำเนินการตัดแต่งกิ่งที่เป็นภา
ระของต้นทิ้งได้แก่กิ่งเก่าที่เคยมีการติดผล
เป็นช่อเป็นพวง
กิ่งที่เป็นกิ่งน้ำค้างภายใน
ต้น
กิ่งที่ซ้อนด้านล่างของกิ่งอื่น
กิ่งกระโดง
ซึ่งอาจจะมีการติดผลอ่อนหรือดอกออกมา
ด้วยก็ต้องทำเพราะเราจำเป็นที่จะต้องลด
ปริมาณการติดของผลให้บางไว้ก่อนเพราะ
การไว้จำนวนผลน้อยจะทำให้ไม่เกิดการ
แย่งอาหารกันเอง
ของผลในรุ่นเดียวกัน
แต่ไม่ได้หมายความว่าผลผลิตต้นจะลดลง
เพราะผลจะมีขนาดเฉลี่ยที่ใหญ่กว่า
นอก
จากการตัดแต่งกิ่งแล้วการให้ปุ๋ยและธาตุ
อาหารที่จำเป็นอย่างเหมาะสมและทันเวลา
ก็มีส่วนอย่างมากเพราะฉะนั้นในกรณีนี้
การให้ปุ๋ยเปอร์ก้า
1 กก. ไมโครเมท
ไม้ผล
300 กรัม และ ปุ๋ยหมักฮาโตริ
10
กก.
ต่อต้นจึงจำเป็นต้องให้อย่างเร็ว
ภายในเดือนมีนาคม
46 การแตกของกิ่ง
ใหม่ในระยะนี้หากต้องการให้มีกิ่งกระโดง
น้อยลงจำเป็นต้องฉีดพ่นด้วย
โมสาท
คอปเปอร์
ที่อัตรา 300 ซีซี.ต่อน้ำ
200
ลิตรอย่างน้อย
2 ครั้ง
และหากต้องการ
ให้มีการเร่งผลสำหรับสวนที่ยังมีผลรุ่น
ที่กำลังจะเก็บเกี่ยวในเดือนเมษายน-
มิถุนายน
46ด้วยละก็จำเป็นต้องให้ปุ๋ย
ชิเลียนไนเตรท
อีก500 กรัม ต่อต้นทุก
15
วันอีกอย่างน้อย 2-4
ครั้ง การฉีดพ่น
ทางใบจำเป็นต้องมีการฉีดพ่นด้วยโมสาท
ดีซ
500 ซีซี +โมสาท แม็ก 500
ซีซี.
ต่อน้ำ
200 ลิตร ทุก ๆ 10 วัน
|
และต้องเพิ่มโมสาท
เอ็ก-ไซท์ 500 ซีซี.
กับ โมสาท
บี-พลัส500
ซีซี. ทุก ๆ 20 วัน
พอถึงเดือนพฤษภาคม
46
ก็ต้องใส่ปุ๋ยโธมัส
คาลี 1 กก. ต่อต้น
พอถึงเดือนกรกฎาคม
46
ก็ต้องใส่ไมโครเมท
ไม้ผล อีก300 กรัม
ต่อต้นและ
ตามด้วยปุ๋ยชิเลียนไนเตรท
อีก 500 กรัมต่อต้นทุก
ๆ 15
วันอีกอย่างน้อย
2-4 ครั้ง
พอถึงเดือนตุลาคมก็ทำการใส่
ไมโครเมท
ไม้ผล อีก
300
กรัมต่อต้นพร้อมกับปุ๋ย
โธมัส
คาลี อีก 2 กก.
ต่อต้นเพื่อให้มีผลผลิตเก็บขายได้
ตั้งแต่ปลายตุลาคมเป็นต้นไป
ในกรณีนี้จะมีผลส้มต่อเนื่อง
ห่างกันรุ่นละ
2
เดือนอีกเพราะดอกจะออกมาเรื่อย
ๆ ห่างกัน
ประมาณ
2
เดือนผลส้มที่ได้จะมีขนาดเฉลี่ยอยู่ที่ขนาด
72-
60
ผล ต่อ 10 กก.
 
 
จุดมุ่งหมายที่ต้องการเก็บผลผลิตหลังจากสวนอื่น
ๆ
ประมาณ
1 เดือน
การดูแลจัดการเหมือนกับต้องการเก็บก่อน
มาแตกต่างที่เดือนสิงหาคม
- กันยายน 46
ที่ต้องมีการใส่
เปอร์ก้าที่
1 กก.
ต่อต้นการเจริญของผลส้มก็จะเจริญต่อจน
มีขนาดใหญ่ขึ้น
สุกช้าออกไปอีก 1
เดือน
ผลส้มจะมีขนาดผล
เฉลี่ยที่ใหญ่ขึ้นรกว่าเดิมประมาณ
1 เบอร์
และมีรสชาติที่จัด
กว่าสามารถทนกับสภาวะที่มีฝนตกยืดเยื้อได้ดีกว่าปัญหาการ
เกิดความเสียหายของผลที่ดึงการเก็บเกี่ยวจะลดลงไปมากเช่น
อาการหัวขาว
เปลือกเห่อ ผลนิ่ม
เป็นต้น
 
|