"การผ่านฤดูแล้งของส้มอาจก่อปัญหาผลร่วงในหน้าฝน"

ถานการณ์ภัยแล้งดูจะคลี่คลายลงไปบ้างจากการ

ที่มีฝนตกลงบ้างในระยะนี้  แต่อาจจะไม่ดีสำหรับ

สวนส้มที่คาดว่าจะมีผลผลิตต้องเก็บในเดือน พ.ค.

-ก.ค. 47  ที่ทำให้รสชาติที่หวานจัดกลับเป็นจืดไป

ได้ แต่ผลที่มีอายุได้ 3-4 เดือนจะมีปัญหาที่รุนแรง

มากกว่า เพราะอาจเกิดปัญหาหลุดร่วงจำนวนมาก

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นและจะมีวิธีสังเกตอาการดังกล่าว

รวมถึงการแก้ไขได้อย่างไรจึงจะนำมาเล่าสู่กันฟัง

ต่อไป

การที่ส้มผ่านฤดูแล้งหรือความแห้งแล้งมานั้นต้นส้มเองต้องปรับตัวต่อสภาพที่มีน้ำน้อยคือต้องพยายามคายน้ำ

ให้น้อยที่สุดจึงทำห้ท่อน้ำถูกบีบให้ทำงานน้อยลงไปจนบางทีเกิดอาการใบร่วง  สำหรับใบเก่าและมีการแสดง

อาการใบห่อให้เห็นได้ชัด  เราจะสังเกตได้จากการที่ส้มถือโอกาสสลับใบเก่าทิ้งเสียเลย  เพื่อลดการคายน้ำด้วย

และต้องการเปลี่ยนโครงสร้างการสังเคราะห์แสงใหม่  นอกจากการเปลี่ยนใบแล้วยังมีการเปลี่ยนรากฝอยใหม่

ด้วยในเวลาเดียวกันการที่ใหม่และรากใหม่จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพต้องใช้เวลาในการสะสมธาตุอาหาร

และการสังเคราะห์เนื้อเยื่อเป็นเวลา 45 วันเป็นอย่างน้อยหากสภาพต่าง ๆ เป็นไปโดยปกติการเจริญเติบโตของ

พืชก็จะดำเนินไปโดยไม่ติดขัดการมีใบใหม่สำหรับการสังเคราะห์แสงเพื่อส่งแป้งและน้ำตาลไปที่ผลก็มีได้เป็น

ปกติการมีรากเพื่อดูดธาตุอาหารและน้ำสำหรับส่งไปที่ผลได้ตามปกติผลเองก็จะได้รับสารอาหารและมีการเจริญ

เติบโตปกติ  แต่ในทางกลับกันการที่ส้มได้รับน้ำน้อยทำให้การคายน้ำมีน้อย  การได้ธาตุอาหารของเนื้อเยื่อที่เกิด

ขึ้นใหม่ได้รับธาตุอาหารไม่ครบ  การสังเคราะห์อาหารก็อาจไม่เต็มที่ในส่วนของใบน้น  การได้ธาตุอาหารของ

ผลในส่วนของการเจริญเติบโตและแสดงชัดกับธาตุอาหารที่เคลื่อนที่ได้ยากเช่น แคลเซียมโบรอน  ส่วนธาตุที่มี

การใช้มากสำหรับการสร้างเม็ดสีได้แก่ แมกนีเซียม แมงกานีส เหล็ก สังกะสี อาการที่สังเกตได้ก็จะเกิดการสร้าง

เม็ดสีได้ไม่ทั่วหรือเข้มพอ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือะาตุที่ควบคุมการคายน้ำขาดแคลนเพราะกลไกของพืชจากการ

ที่มีน้ำให้คายน้อย  แต่หากฝนตกมามากและเร็วจนพืชปรับไม่ทันการอั้นของธาตุบางตัวที่ไปกับน้ำได้ดีจะตกค้าง

ที่ใบและขั้วผลทำให้เกิดการสร้างสิ่งไม่พึงประสงค์ได้ เช่นไนโตรเจนตกค้างที่ขั้วผลในรูปของแอมโมเนียมหรือ

ไนเตรทจะเกิดการสารที่ทำให้เกิดการสุกแก่ของขั้วผล  เมื่อขั้วผลไม่แข็งแรงและเกิดการหลุดร่วงของผลจนสัง

เกตได้ที่รอยแยกของผลที่ขั้วมีสีเหลืองหรือส้มเพราะขั้วสุก  อาการดังกล่าวจะเกิดได้น้อยกับสวนที่มีการให้ธาตุ

อาหารอย่างสม่ำเสมอและจัดการธาตุไนโตรเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และสวนที่เกิดอาการดังกล่าวก็เร่งการ

ให้ปัจจัยการผลิตคือ ธาตุอาหารที่จำเป็นก็จะเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสทันที  คือได้ผลผลิตที่มากขึ้นและหลุดร่วง

น้อยลงต่างจากสวนที่ปล่อยให้อาการดังกล่าวหายเองผลผลิตจะหายไปจำนวนหนึ่ง  ส่วนผลผลิตที่เหลืออยู่ก็จะ

มีคุณภาพต่ำลงแน่นอนเพราะปัจจัยของธาตุอาหารไม่ครบและสมดุลเสียไป ธาตุอาหารทางใบได้แก่ โมสาท

แม็ก โมสาท ดีซ และโมสาท บี-พลัส  ส่วนธาตุอาหารทางดินควรเป็น ไมโครเมท ไม้ผล และเปอร์ก้า

จะช่วยเสริมปัจจัยการผลิตได้ครบและลดปัญหาเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสสำหรับสวนเรา

 

ติดตามตอนต่อไปได้ในฉบับหน้า สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อแผนกการตลาด 

โทร ( 02 ) 635-6930 อัตโนมัติ 16 สาย หรือ E-mail address: webmaster@thepwatana.com

 

 

 

Copyrights (C) 2000-2002 by Thep Watana co.,ltd. All Right Reserved