"จะจัดการส้มสายน้ำผึ้งอย่างไรในยามนี้"

ี้

 

 

 

ในเวลานี้ส้มสายน้ำผึ้งทางเหนือก็มีอายุได้ 8-9 เดือนเราจะจัดการส้มในเวลานี้อย่างไรดี  ก่อนอื่นต้องนำมาเล่าสู่

กันฟังเสียก่อนว่าหลายสวนที่มีการใช้เปอร์ก้าในระยะเดือนสิงหาคมและกันยายน 46  ซึ่งมีฝนตกมาเป็นระยะ

มีการเจริญเติบโตของผลอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจมากเพราะปัจจุบันสวนที่ใช้ดังกล่าวยืนยันเลยว่าปีนี้สนของ

ตนเองที่ใช้เปอร์ก้ามีขนาดผลใหญ่กว่าและสถาพต้นใบเขียวเข้มมีอาการใบห่อน้อย  จึงมั่นใจว่าปีนี้น่าจะได้

ขนาดผลใหญ่กว่าและสภาพต้นใบเขียวเข้มมีอาการใบห่อน้อย  จึงมั่นใจได้ว่าปีนี้น่าจะได้ขนาดผลใหญ

่จำนวนมากกว่าปีที่ผ่านมาเมื่อผลใหญ่แล้วจะทำอย่างไรต่อไปดี

 

 

การจะทำให้ส้มเร่งการสุกได้โดย เปลี่ยนสภาพการเจริญเติบโตจากที่มีการสร้างเนื้อเยื่อขยายขนาดผลการสร้าง

กรดมาเป็นการสร้างน้ำตาลให้เพิ่มมากขึ้นเป็นการสร้างในเชิงคุณภาพแล้วต้องมีวิธีการดังนี้   คือ ต้องให้ธาตุ

ฟอสเฟตและโพแทสเซียมปุ๋ยที่แนะนำจึงเป็นโธมัสคาลีซึ่งเป็นปุ๋ยให้ฟอสฟอรัสในรูปซิลิโคฟอสเฟตที่ร้อยละ9

และให้โพแทสเซียมที่ร้อยละ 20  มีฤทธิ์มากพอในการทำให้บทบาทของไนโตรเจนในดินลดลงได้โดยอัตราที่

แนะนำอยู่ที่ 1- 2  ก.ก. ต่อต้น ผลของ โธมัส คาลี เริ่มทำงาน  โดยสังเกตุจากการเปลี่ยนแปลงของผลส้มจาก

ทรงผลกลมเป็นแป้นขึ้นจนเรียกเป็นภาษาของสวนว่า"ส้มยกไหล่"  การทำงานของ   โธมัส คาลี โดยการให้

ธาตุฟอสเฟตจะไม่ถูกขัดขวางจากธาตุอื่น ๆ  ในดินหรือแม่แต่สภาพ กรด-ด่าง ใ นดินเพราะการละลายตัวของ

โธมัส คาลี ละลายตัวด้วยกรดที่อยู่ในดินหรือกิจกรรมของจุลินทรีย์ซึ่งจะไม่ทำปฏิกิริยากับเหล็กและสังกะสใน

ดินหากอยู่ในสภาพดินกรด ส่วนดินที่เป็นด่างหรือมีสภาวะปูนในเนื้อดินสูง โธมัส คาลี ก็จะไม่ทำปฏิกิริยากับ

แคลเซียมและแมกนีเซียมโดย โธมัส คาลี จะละลายออกมาในสารละลายดินด้วยสารที่ปล่อยออกมาของรากส้ม  

ซึ่งกลไกดังกล่าวจะไม่เกิดในปุ๋ยไดแอมโมเนียมฟอสเฟตเพราะไดแอมโมเนียมฟอสเฟตจะละลายได้ดีด้วยน้ำ

จึงจะละลายออกมามากในเวลาอันรวดเร็วและจะทำปฏิกิริยากับเหล็กและสังกะสีในดินที่เป็นกรดและ  จะรีบทำ

ปฏิกิริยากับแคลเซียมและแมกนีเซียมในดินที่เป็นด่างหรือมีปูนในเนื้อดิน จึงทำให้ส้มไม่ได้รับฟอสเฟตในระดับ

ที่ต้องการกับสูญเสียธาตุอาหารอื่น ๆ อีกด้วยในการบวนการเคลื่อนย้ายและดูดซึมเพื่อใช้ประโยชน์จากฟอสเฟต

จำเป็นต้องมีแมกนีเซียมในดินอย่างเดียงพอและเข้าสู่พืชได้ง่าย ๆ พอฟอสเฟตที่เข้า รวมทั้งเวลานี้ส้มเองก็ต้อง

การแมกนีเซียมมากด้วยเช่นกันจึงต้องให้ในรูปของไมโครเมท ไม้ผล อีกต้นละ 500 กรัม

 

 

 

หากมีส้มหลายรุ่นถ้าต้องการจัดการอย่างไร   โปรดติดตามตอนต่อไปแต่สำหรับส้มโชกุนทางใต้ตอนนี้แนะนำให

ใส่เปอร์ก้า ไปอีกต้นละ 1 กิโลกรัม  เพราะจะต้องพาส้มที่อายุเดียวกันหรืออ่อนกว่าผ่านพายุฝนไปให้ได้เสียก่อน  

เพราะส้มเมื่อมีการสร้างกรดจะต้านทานสภาวะน้ำมากในหน้าฝนได้ดีอายุการสุกจะเลื่อนออกไปอีกแต่จะได้ผล

ที่มีขนาดใหญ่กว่าและน้ำหนักดีปัญหาหัวขาว  เปลือกเห่อ น้ำค้างใส้ก็จะไม่เจอแล้วยคอยทำแบบที่แนะนำใน

ส้มสายน้ำผึ้งอีกครั้งหนึ่งเมื่อเห็นว่าหมดฝนแน่แล้วจึงเร่งการเปลี่ยนกรดเป็นน้ำตาลการสุกก็จะมากขึ้นได้ทั้งผล

ใหญ่น้ำหนักมากรสชาติดีมีความหวานสูงน้ำมากเนื้อกรอบไม่มีกากมีสีส้มจัด

 

ติดตามตอนต่อไปได้ในฉบับหน้า สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อแผนกการตลาด 

โทร ( 02 ) 635-6930 อัตโนมัติ 16 สาย หรือ E-mail address: webmaster@thepwatana.com

 

 

 

Copyrights (C) 2000-2002 by Thep Watana co.,ltd. All Right Reserved